OGG
ogg (อ็อก หรือ โอจีจี) เป็นรูปแบบหีบห่อดิจิตอลแบบมาตรฐานเปิดสำหรับบรรจุสื่อผสม มันถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพในการกระจายเสียง (สตรีมมิง) และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ogg ออกแบบโดยมูลนิธิ Xiph.Org และปลอดจากสิทธิบัตรซอฟต์แวร์
Ogg Vorbis เริ่มพัฒนาโดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ชื่อว่า Xiph.Org Foundation ซึ่งมีจุดประสงค์ที่จะสร้างเทคโนโลยีด้านมัลติมีเดียบนอินเทอร์เน็ตที่เป็นของส่วนรวมอย่างแท้จริง โครงการ Ogg ก่อตั้งขึ้น โดยมีโครงการย่อย 4 โครงการ คือ
- Vorbis สำหรับเพลงที่ถูกบีบอัดขนาด เหมือนกับ MP3 (รายละเอียดอ่านได้จาก www.vorbis.org)
- Theora สำหรับวิดีโอ (รายละเอียดอยู่ที่ www.theora.org)
- FLAC สำหรับเพลงที่ไม่ถูกบีบอัด เหมือนกับเพลงในซีดี
- Speex สำหรับเสียงพูด
ตอนนี้โครงการ Vorbis พัฒนาเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว Ogg Vorbis ปัจจุบันอยู่ที่รุ่น 1.01 เราเริ่มจะเห็นเพลงแบบ Ogg Vorbis (นามสกุล .ogg) มากขึ้น ส่วน FLAC ก็เริ่มได้รับการยอมรับจากนักพัฒนา เหลือแต่ Theora กับ Speex ที่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ข้อดีของ Ogg Vorbis ที่ดีกว่า MP3 นอกไปจากราคาและลิขสิทธิ์คือ ขนาดไฟล์เพลงเดียวกัน ถ้าแปลงเป็น Ogg จะมีขนาดเล็กกว่า MP3 และเสียงดีกว่า สนับสนุนการทำ Streaming (ฟังเพลงออนไลน์ เหมือนกับ Real Player) ด้วยโปรแกรม IceCast
MP3 เป็นเทคโนโลยีที่ถือว่าเก่าแล้วในโลกคอมพิวเตอร์ มีฟอร์แมตเพลงดิจิทัลอีกหลายชนิดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของ MP3 ที่ค่อนข้างดังมี Ogg Vorbis ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส, Windows Media Audio ของไมโครซอฟท์ (นามสกุล .wma) และ AAC จากแอปเปิลที่ใช้ใน iPod ทำให้ตอนนี้ เพลงบนอินเทอร์เน็ตแบ่งเป็น 4 ฟอร์แมตหลักๆ คือ MP3, Ogg, WMA และ AAC แน่นอนว่า MP3 ที่กลายเป็นมาตรฐานของอินเทอร์เน็ต สามารถฟังได้จากโปรแกรมฟังเพลงทุกโปรแกรม และเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลพกพาทุกตัว แต่อีก 3 ตัวที่เหลือนั้นไม่สามารถเล่นข้ามค่ายกันได้
สำหรับโปรแกรมฟังเพลงที่สนับสนุน Ogg ถือว่ามีเยอะ โปรแกรมที่ใช้กันเยอะๆ อย่าง WinAmp นั้นเล่น Ogg ได้มานานแล้ว โปรแกรมบนลินิกซ์อย่าง XMMS, Xine, Mplayer ใช้งาน Ogg ได้ทุกตัว แต่ถ้าต้องการฟัง Ogg บน Windows Media Player นั้นจำเป็นต้องติดตั้งตัวถอดรหัสเพิ่มครับ หาได้จากเวบไซต์ของโครงการ OggDS () ส่วนบน Apple iTunes นั้นยังไม่สามารถทำได้
แต่บนเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลพกพานั้น Ogg แทบไม่เป็นที่รู้จัก อาจเป็นเพราะว่าเป็นสมบัติของสาธารณะ เลยไม่มีแรงผลักดันทางการตลาดกับผู้ผลิตเครื่อง แต่อย่าลืมว่าไม่ว่า MP3, WMA หรือ AAC ต่างก็เป็นฟอร์แมตที่มีเจ้าของมีโอกาสที่จะถูกเรียกเก็บเงินค่าใช้งาน ส่วน Ogg นั้นรับประกันได้ว่าจะยังฟรีตลอดไป แต่อนาคตฟอร์แมตใดจะครองความเป็นเจ้านั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่เรื่องสิทธิบัตรอย่างเดียว ต้องรอดูกันต่อไป
ogg (อ็อก หรือ โอจีจี) เป็นรูปแบบหีบห่อดิจิตอลแบบมาตรฐานเปิดสำหรับบรรจุสื่อผสม มันถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพในการกระจายเสียง (สตรีมมิง) และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ogg ออกแบบโดยมูลนิธิ Xiph.Org และปลอดจากสิทธิบัตรซอฟต์แวร์
Ogg Vorbis เริ่มพัฒนาโดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ชื่อว่า Xiph.Org Foundation ซึ่งมีจุดประสงค์ที่จะสร้างเทคโนโลยีด้านมัลติมีเดียบนอินเทอร์เน็ตที่เป็นของส่วนรวมอย่างแท้จริง โครงการ Ogg ก่อตั้งขึ้น โดยมีโครงการย่อย 4 โครงการ คือ
- Vorbis สำหรับเพลงที่ถูกบีบอัดขนาด เหมือนกับ MP3 (รายละเอียดอ่านได้จาก www.vorbis.org
- Theora สำหรับวิดีโอ (รายละเอียดอยู่ที่ www.theora.org
- FLAC สำหรับเพลงที่ไม่ถูกบีบอัด เหมือนกับเพลงในซีดี
- Speex สำหรับเสียงพูด
ตอนนี้โครงการ Vorbis พัฒนาเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว Ogg Vorbis ปัจจุบันอยู่ที่รุ่น 1.01 เราเริ่มจะเห็นเพลงแบบ Ogg Vorbis (นามสกุล .ogg) มากขึ้น ส่วน FLAC ก็เริ่มได้รับการยอมรับจากนักพัฒนา เหลือแต่ Theora กับ Speex ที่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ข้อดีของ Ogg Vorbis ที่ดีกว่า MP3 นอกไปจากราคาและลิขสิทธิ์คือ ขนาดไฟล์เพลงเดียวกัน ถ้าแปลงเป็น Ogg จะมีขนาดเล็กกว่า MP3 และเสียงดีกว่า สนับสนุนการทำ Streaming (ฟังเพลงออนไลน์ เหมือนกับ Real Player) ด้วยโปรแกรม IceCast
MP3 เป็นเทคโนโลยีที่ถือว่าเก่าแล้วในโลกคอมพิวเตอร์ มีฟอร์แมตเพลงดิจิทัลอีกหลายชนิดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของ MP3 ที่ค่อนข้างดังมี Ogg Vorbis ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส, Windows Media Audio ของไมโครซอฟท์ (นามสกุล .wma) และ AAC จากแอปเปิลที่ใช้ใน iPod ทำให้ตอนนี้ เพลงบนอินเทอร์เน็ตแบ่งเป็น 4 ฟอร์แมตหลักๆ คือ MP3, Ogg, WMA และ AAC แน่นอนว่า MP3 ที่กลายเป็นมาตรฐานของอินเทอร์เน็ต สามารถฟังได้จากโปรแกรมฟังเพลงทุกโปรแกรม และเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลพกพาทุกตัว แต่อีก 3 ตัวที่เหลือนั้นไม่สามารถเล่นข้ามค่ายกันได้
สำหรับโปรแกรมฟังเพลงที่สนับสนุน Ogg ถือว่ามีเยอะ โปรแกรมที่ใช้กันเยอะๆ อย่าง WinAmp นั้นเล่น Ogg ได้มานานแล้ว โปรแกรมบนลินิกซ์อย่าง XMMS, Xine, Mplayer ใช้งาน Ogg ได้ทุกตัว แต่ถ้าต้องการฟัง Ogg บน Windows Media Player นั้นจำเป็นต้องติดตั้งตัวถอดรหัสเพิ่มครับ หาได้จากเวบไซต์ของโครงการ OggDS (
แต่บนเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลพกพานั้น Ogg แทบไม่เป็นที่รู้จัก อาจเป็นเพราะว่าเป็นสมบัติของสาธารณะ เลยไม่มีแรงผลักดันทางการตลาดกับผู้ผลิตเครื่อง แต่อย่าลืมว่าไม่ว่า MP3, WMA หรือ AAC ต่างก็เป็นฟอร์แมตที่มีเจ้าของมีโอกาสที่จะถูกเรียกเก็บเงินค่าใช้งาน ส่วน Ogg นั้นรับประกันได้ว่าจะยังฟรีตลอดไป แต่อนาคตฟอร์แมตใดจะครองความเป็นเจ้านั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่เรื่องสิทธิบัตรอย่างเดียว ต้องรอดูกันต่อไป
